2009/Jun/21

 

 

     สำหรับเราพึ่งมาเครียดเรื่องลายเส้นก็คราวนี้ล่ะ ^^'พอดีอาจารย์สั่งงานให้ไปคิดเรื่องกับออกแบบคาแร็กเตอร์ที่จะใช้ทำงาน 2D เราก็เลยเอาออสก้ากับฟลอร่าที่เคยโพสลงบล็อกมาเพราะสักส่วนนั้นวาดง่ายและเรื่องทำเป็นเรื่องสั้นได้ ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี แต่ติดตรงนี้อาจารย์เค้าบอกว่า "ลายเส้นดูเหมือนทิมเบอร์ตันไป ให้หลุดๆออกจากเขาหน่อย"

 

 คือ เราลายเส้นแบบเนียะ

 

 

     ที่จริงลายเส้น... เราเคยบอกรึยังว่าเราเอามาจากดิจิม่อน (ดิจิม่อนไม่ได้หมายถึงเอาเส้นมาจากตัวคนนะ เอามาจากพวกตัวดิจิม่อนน่ะแหล่ะ) วาดๆแล้วมันเหมือนตัวตะเกียบ แต่มีแต่คนบอกเหมือนทิมเบอร์ตัน ตอนนั้นเรายังไม่รู้จักทิมเบอร์ตันเลยนะ เรานึกว่าเป็นนักฟุตบอลด้วยซ้ำ = =' เราวาดตัวก้างๆมา 7 ปีได้แล้ว ^^' แต่ก็มีการพัฒนาลายเส้นไปตามการเวลา

     ในตรง Pages เราเคยบอกไปว่าคนในโลกนี้มีลักษณะผอมมาก เพราะว่าเราคิดว่าถ้าได้ไปในโลกการ์ตูนมันจะเหมือนการ์ตูนโบราณที่มีการเอา 2D มาบวกกับคน แบบนั้นเราว่าสนุกดีนะ ^^ แต่จะไปบอกอาจารย์ว่าคนในโลกนั้นมันเป็นแบบนี้เราพูดกลัวว่าจะเป็นการเถียงผู้ใหญ่คะ ^^' ก็เลยเปลี่ยนลายเส้นตามที่อาจารย์บอก

     เราเคยเห็นงานฝรั่งหลายคนที่งานคล้ายทิมเบอร์ตัน แถมส่งทีสิสด้วย แต่ถ้าดูดีๆงานแต่ละคนจะไม่เหมือนทิมซะทีเดียว (อย่าลืมว่าทิมวาดเส้นหยิกๆ) =_=' เช่น Mutio กับ TheBalloonMan แล้วเรามองออกว่าคนไหนวาดต่างกันยังไง แต่ถ้าคนที่ไม่ได้วาดแนวนี้จะแยกไม่ค่อยออกและมองรวมๆหมือนกันหมด ^^' แอบอิจฉาที่เค้าไม่ถูกเอางานเค้าไปเปรียบเทียบกับคนอื่น พออยู่ไทยรู้สึกโดนติทั้งลายเส้นญี่ปุ่นกับลายเส้นฝรั่ง ^^' ที่จริงเราอาจจะอีโก้เกินไปที่โดนเอางานไปเปรียบเทียบกับคนอื่นแล้วไม่ค่อยพอใจ ^^' เพราะกฏในคณะมีอยู่ว่า "ชอบแก้ไข แต่ไม่ชอบแก้ตัว" หมายถึงเมื่อโดนติอะไรเราควรยอมรับและแก้ไขตามที่เค้าแนะนำไว้ ดังนั้น เราควรเอางานที่เราโดนติไปแก้ไข ^^'คิดไปคิดมา งานนี้เหมือนฟรีแลนส์เลย....

     มันดัดแปลงก็ได้นะคะ แต่มันจะมีปัญหาที่ "ความสุข" ของคนวาด

     เราเคยทำงานฟรีแลนส์ แล้วพบว่ามันขาด "ความสุข" ไป เพราะงานที่ไดรับมันไม่ใช่แนวเราซักนิด =_=' คือวาดอ่ะได้ แต่ทรมาณจิตใจตนเอง

     เราสังเกตุอาจารย์ชอบเส้นญี่ปุ่น =_=' หรือไม่ก็มันเกลื่อนจนอาจารย์เค้าเห็นชินตาแล้ว (ไม่ไดว่าอะไรกับคนวาดเส้นญี่ปุ่นนะ) พอมาเห็นก้างๆดำๆหน่อยก็ชี้เป็นทิมซะแล้ว =_=' ตอนนี้เราเข้าใจคนที่โดนหาว่าเหมือนลายเส้นญี่ปุ่นมากๆเลย =_=' เพียงแต่ของเราเป็นไอ้ทิมแทน คิดไปคิดมาชาติที่แล้วเราอาจจะเคยติเรื่องลายเส้นคนอื่นจนรู้สึกไม่ดี พอมาชาตินี้เลยโดนซะ =_=' ที่จริงเพื่อนเราคนนึงเค้าบอกเราไม่ควรไปเปลี่ยนลายเส้น เพราะเส้นที่เราวาดคือตัวเรา วาดแค่ไหนยังไงมันก็ตัวเรา มันอาจจะคล้ายของคนอื่นบ้าง แต่มันไม่หมือนซักทีเดียว แต่อย่างว่า อาจารย์เป็นครูนะ เป็นผู้สูงอายุ ^^' ไม่อยากเถียงอาจารย์ค่ะ เราควรอยู่ในโอวาท เพราะผู้ใหญ่มักแนะนำสิ่งที่ดีให้เด็กเสมอถึงแม้เด็กทำตามแล้วจะไม่มีความสุขก็ตาม อีกอย่างนึงคืออย่างที่บอกไปแล้ว เราต้องทำตามกฏ "ชอบแก้ไข แต่ไม่ชอบแก้ตัว"

     ที่ DA มีคนจำนวนมากยอมรับลายเส้นคนอื่นๆมาก ถึงแม้เค้าจะบอกกงานนี้เหมือนคนนู้นคนนั้น แต่เค้าไม่เคยบอกให้ไปปรับปรุงลายเส้นให้เหมือนตัวเอง เพราะอย่างที่บอก ลายเส้นมาจากมือใครมันก็มาจากคนๆนั้นน่ะแหล่ะ ไม่งั้นคนวาด Realistic ก็โดนหาว่าวาดเมือนคนวาด Realistic คนอื่นๆเหมือนกัน

     ถึงแม้เราจะเปลี่ยนลายเส้นสองตัวนี้ไปแล้ว แต่เราว่าเสร็จจากงาน 2D นี้ไปตัวละครเราก็คงกลับมาลายเส้นเดิม เราคงเปลี่ยนอานาโตมี่ของคาแร็กเตอร์เราไม่ได้ตลอดกาล ^^' เพราะสุดท้ายลายเส้นที่เราวาดๆมันก็จะกลับมาเป็นตัวของเราเอง มาลองนึกถึงสมัยก่อนมีคนเค้าชอบบอกว่าคนไทยชอบเลียนแบบญี่ปุ่น ครั้งนี้เราจะโดนคนไทยชอบเลียนแบบฝรั่งไหมเนียะ - -'ทั้งนี้เราไม่ได้ไปว่าผู้อาวุโสนะ เพราะเราว่าเค้าคงอยากให้เด็กๆทำสิ่งที่ถูกต้องและเป็นตัวอย่างให้สังคม แต่อย่าลืม "ความสุข" มันเป็นพลังงานที่ดีในการทำงาน คงไม่อยากเห็นแบบพวกคนญี่ปุ่นที่ถูกตำหนิจนไปโดดตึกตายเนอะ ^^'

     มันอาจเป็นความผิดเราที่เราอีโก้ ที่จริงเรายอมรับกับอาจารย์นะว่าเราคล้ายทิม (ต้องพูดเออออไป ใครจะเชื่อว่าเส้นเรามาจากดิจิม่อนล่ะ = =') อย่างที่บอก เราเปลี่ยนลายเส้นสองตัวนี้ แต่เรากลัวว่าเราจะ "ขาดความสุข" ในการทำงาน

     สงสัยเราต้องไปเกิดเป็นฝรั่งแล้วมั้ง จะได้ไม่โดนเปรียบเทียบงาน Orz...... สงสัยเราคงโดนวิบากกรรม

 

 

 

 

 

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เรากลับมองอีกแบบนึงนะ
อาจารย์อาจจะอยากให้เธอเปลี่ยนลายเส้นเพราะความเป็น เอกลักษณ์ก็ได้
ไม่ใช่ว่าเธอไม่มีเอกลักษณ์นะ แต่ว่างานในวงการนี้น่ะ เราต้องหาจุดเด่นของเรา
เหมือนกับทิมเบอร์ตั้นมันก็ได้ (เพราะเค้าก็ไม่ใช่คนเดียวที่วาดแนวนี้) เพียงแต่อาจารย์อาจจะอยากให้เราพัฒนาลายเส้นเราให้มีอะไรที่มันแตกต่างออกมาอีกนิดเพื่อที่คนทั่วไป(ที่ไม่ได้เห็น/วาดภาพแนวนี้จนชินจนรู้ว่าอันไหนเหมือนทิมอันไหนไม่เหมือน)จะได้มองออก
อย่าลืมว่ายังไงสุดท้ายงานเราออกสู่สายตาประชาชน อาจารย์ก็อาจจะอยากให้คนอื่นๆเค้าจำเราได้

ตัวอย่าง: เราไปดูหนังเรื่อง Coraline มา ..​เหมือนทิมเบอร์ตั้นเลย จนเพื่อนๆทุกคนพูดกันว่า ทิมเบอร์ตั้นเป็นคนทำรึเปล่า.. สรุปไม่ใช่เป็นคนอื่นที่เคยร่วมงานกับทิมเอบร์ตั้นเท่านั้นเอง

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ถ้าอยากวาดแบบนี้ต่อไปก็ทำได้ ไม่ใช่ว่าทำแบบนี้แล้วทำมาหากินไม่ได้ (เราเองก็ว่าตัวคาแรกเตอร์ของเธอก็น่ารักดีนะ surprised smile ) แต่ว่าถ้ายังไงก็ยังเรียนอยู่ก็เป็นช่วงเวลาที่ดีที่เราจะพัฒนา โน่นนี่นั่นออกมาให้เอกลักษณ์ของเรามาเด่นชัดมากขึ้นเท่านั้นเอง

เราเรียนอยู่อังกฤษ (เรียนภาพยนตร์) ครูก็ชอบบอกว่าเหมือนคนโน้นคนนี้เหมือนกันแหละ ไม่เกี่ยวหรอกว่าเกิดที่ไทยหรือเรียนที่นี่ ..​
(เพียงแต่แตกต่างตรงที่ถ้างานเราเหมือนกับใคร ครูจะแนะนำให้ไปดูงานของเค้าเพิ่ม เพื่อที่จะพัฒนาต่อ ยอดออกไป)​

ทั้งนี้ทั้งนั้นเราไม่ได้มาเขียนคอมเม้นท์เพื่อว่าเธอนะ เราแค่อยากแชร์ความรุ้สึกเราอะจ่ะ

เป็นกำลังใจให้นะ .. จำไว้ว่าครูเค้าก็หวังดีเสมอแหละ อยากเห็นลูกศิษย์พัฒนาก้าวหน้า (ถ้าไม่มีเรื่องพัฒนาเลย จะมาเรียนหนังสือทำไมล่ะ..จริงมั้ย) สู้ๆนะ เราจะแวะกลับมาอ่านบล๊อกนี้บ่อยๆ อยากเห็นตัวคาแรกเตอร์ตั้วนี้อีก


ปล .. เราเข้าใจความรู้สึกตอนโดนติดี ..แฮะๆ

(โทษนะที่เขียนยาว)​​.. สู้ๆครับ!
#1  by  เอิง At 2009-06-21 07:17, 
งั้นขอยอมรับบ้างว่า...เราเห็นเส้นของคุณแวบแรกเราก็คิดว่าคุณได้รับอิทธิพลจากทิมเบอร์ตันเยอะเกินไปเหมือนกัน
มาอ่านนี่...อ้าว ไม่ใช่อิทธิพลจากทิมเบอตันหรือหรอกเหรอ?

เราพอเข้าใจอารมณ์นะ เรื่องถูกหาว่าเส้นเหมือนคนโน้นคนนี้เนี่ย บางทีมันเหมือนเอง ไม่ตั้งใจ sad smile แต่ก็เข้าใจอาจารย์ด้วย คือเส้นมันคล้ายจริงๆ นะ (อย่างน้อยก็ในสายตาเราอีกคน) อาจารย์คงอยากให้พัฒนาเส้นไปดูมีเอกลักษณ์ขึ้นอีกขั้นล่ะมั้ง?
#2  by  อีฟ At 2009-06-21 10:30, 
คือคนที่ไม่รู้อะไร(อย่างผม) เวลามองงานของฝ้ายแล้วก็นึกถึงงานของทิมเบอตันเลยครับ(นึกถึงฮัลโลวีน) ต้องบอกว่าลายเส้นเราไปเหมือนเขาโดยบังเอิญ แล้วบังเอิญเขาดังมาก่อนเรานั่นแหละ
ผลเลยกลายเป็นว่างานเราได้รับความประทับใจมาจากเขาซะงั้น ที่อาจารย์บอกคงหมายความว่าตอนนี้เหมือนของเขาจนเกินไปแล้ว ใครมองก็นึกถึงงานของทิมเบอตันมากกว่าจะเป็นงานของคนอื่นละมั้งครับ

สู้ๆนะ ของอย่างงี้มีทุกวงการนั่นแหละsad smile
ผมก็เจอ
#3  by  เม็ดบ๊วย At 2009-06-21 10:55, 
วาดอย่างที่ชอบไปเห๊อะเดี๋ยวก็ดีเอง
#4  by  G.man At 2009-06-21 10:57, 
เราว่า อะไรที่หลากหลายก็คงจะดีต่อการทำงาน


แต่ลายเส้นพี่เป็นเอกลักษณ์ในตัวของพี่ไง confused smile แต่อาจารย์คงอยากให้พี่ลองทำอะไรที่แตกต่างไปจากเดิมไง


แต่ยังไง เราชอบงานพี่มาก ๆเลย confused smile confused smile

สู้ๆจ้ะ อย่าไปเครียดนะ
#5  by  ♕ Sinsters? At 2009-06-21 11:20, 
เห เราก็เคยโดนอะไรคล้ายๆอย่างนี้นะ
ตอนทำงานบริษัทเป็นgraphic designer
ตอนแรกๆ เราก็พยายามไม่เรื่องมากกับคนที่คุมเรา
เค้าว่าไง ให้แก้หรืออะไร เราก็ทำตามที่เค้าว่า

จนถึงวันประเมิณพนักงาน กลายเป็นว่า คนนั้นมาบอกว่า
งานเราอะ ดูแล้วเหมือนงานของเค้ามากเกินไป

อ้าว!? ตอนแรกก็งงๆ แต่ก็พอเข้าใจ เราคงตามความคิดเค้ามากเกินไปกับการที่เราไม่idea เราออกไป
ไอ้เราก็เลย OK ต่อไปงั้นขอทำตามแนวของเราแล้วกันนะ

พอเราเริ่มทำงานให้ออกมาเป็นแนวทางของเรา
ซึ่งเค้าก็มาบอกให้เราแก้นู้นแก้นี้เหมือนเดิม
คราวนี้เราก็ไม่ได้ยอมตลอด คือถ้าอันไหนดีเราก็ทำให้
แต่ถ้าอันไหนมันไม่ใช่แนวที่เราคิด เราก็จะแสดงความคิดเห็นเรากลับไปว่าเราอยากทำอย่างนี้มากกว่า...

...กลายเป็นว่า เราโดนเรียกไปคุย
เค้าบอกว่า เราชอบไปเถียงเค้า ชี้แนะวิจารณ์อะไรไม่ได้เลย

อ้าว?! พอตรูตามก็ว่าตรูลอก พอตรูทำแนวของตัวเองก็ว่าตรูเถียง หยิ่ง? -*- กรรมของคน...

บางทีก็นะ ถ้าไม่นับอาจารย์(ที่ดี)
บางทีผู้ใหญ่บางคนก็งี่เง่าได้เหมือนกัน อันนี้รู้ซึ้งก็จากที่ทำงานเนี้ยแหละ เฮ่อๆ...
#6  by  nuchnin 22 years old girl with leukemia At 2009-06-21 11:33, 
อาจารย์คงติดภาพทิม เบอร์ตันมากไปนะ
ยอมเปลี่ยนนิดหน่อยให้ผ่านโปรเจคไปก่อน ผมว่าไม่ร้ายแรง
แต่ถ้าต้องเปลี่ยนทั้งชีวิตมันเป็นสิ่งน่ากลัว
เป็นแบบที่เราเป็นดีสุดแล้ว
ยังไงมันจะค่อยๆสะท้อนตัวเราออกมา ต่อให้คนอื่นว่าเรามีกลิ่นคนนั้นคนนี้
ใครจะรู้ว่าวันนึงอาจมีคนมาบอกว่างานคนนู้นคล้ายคุณฝ้ายเลย confused smile
#7  by  topzza At 2009-06-21 13:45, 
...เม้นอื่นพิมพ์กันยาวจังแฮะ
และสิ่งที่ผมอยากพูด เม้นอื่นก็พูดไปหมดแล้ว...

ปล. สู้ๆครับ <=w= ผมชอบเส้นพี่มากเลยนะ


#8  by  -=[MAD]=- At 2009-06-21 15:30, 
ขอสารภาพว่า ในสายตาพี่
พี่รู้สึกว่าลายเส้นฝ้ายไม่คล้ายทิมนะ
ที่คล้ายคือารมณ์ของรูปมากกว่าอ่ะ

เอาจริงๆคือเคยคิดเล่นๆว่า ถ้าฝ้ายลงสีแนวสดใสกว่านี้ แต่ยังวาดลายเส้นแบบเดิมอยู่ มันอาจจะหลุดจากทิมได้มากขึ้น (มั้ง)
ส่วนมากงานทิมที่พี่เคยเห็นจะเป็นแนว ทึมๆเทาๆดาร์คๆ ใช้สีไม่กี่สี งานจะออกดูหลอนๆ มนๆ บางทีก็เศร้าๆ แล้วงานฝ้ายก็ใช้สีในลักษณะนั้นเหมือนกัน มันก็เลยทำให้่รู้สึกว่า คล้ายกัน อย่างนั้นน่ะค่ะ

อาจาีรย์เองก็คงอยากให้นักเรียนมีเอกลักษณ์ในตัวเองน่ะค่ะ เห็นด้วยกับความคิดที่1นะ คืออิมเมจของทิมแรงมาก (แม้ว่้าจะไม่ได้ตั้งใจ) จนหลายคนดูรูปที่ฝ้ายวาดแล้วก็นึกไปถึงทิม อาจารย์เองก็คงเล็งเห็นถึงข้อนี้เหมือนกัน

ยังไงก็ลองโอนอ่อนตามอาจารย์ไปก่อนเถอะค่ะ เชื่อว่าท่านหวังดีนะ (ถ้าไม่อยากเปลี่ยนลายเส้น ลองหาทางเปลี่ยนสไตล์การลงสีมั้ย เผือจะช่วยได้?)

คอมเมนต์อาจจะ่ช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่ก็สู้ๆนะคะ double wink
#9  by  ┼ SY┼ At 2009-06-21 16:14, 
ไม่แน่ใจนะ แต่เคยโดนบ่นว่า "เส้นยุ่นเกินไป"
สำหรับเราเส้นมันมาจากความรู้สึกจริงๆของคนที่วาดมันมากกว่า

เส้นที่จะถูกเหมารวมกับแนวทิมเบอตั้นกันหมดคือแนวดาร์ก ขาวเทาดำ ตัวก้าง เล่นกราฟฟิคนิดหน่อย

บอกตามตรง เราดูงานคุณฝ้ายมาหลายเอนทรี่..ถ้าจู่ๆเปลี่ยนไปวาดแนวสดใสสีสดๆ....มันน่ากลัวนะ

เราชอบงานคุณฝ้ายมากๆค่ะ
สู้ต่อไปนะคะ บางทีอีโก้ก็สำคัญค่ะ
#10  by  KIA:เคี๊ยเคียเองค่ะ! At 2009-06-21 16:45, 
โฮ่ มีเรื่องเดือนเนื้อร้อนใจอยู่นี่เองหนูฝ้าย
ถ้าถามเรื่องการถูกติลายเส้น อื้ม เหมือนโดน
เอาบ่อยเลยละ ว่าเส้นเหมือนญี่ปุ่น ยิ่งตอน
ไปเรียนที่กันตนานะ เหมือนอาจารย์จะไม่
ค่อยชอบลายเส้นพี่เอาเสียเลย เค้าชอบงาน
ที่ดูเป็นกลาง ไม่ก็ดูไปใรฝั่งยุโรปเลยมากกว่า
ถ้าเอาลายเส้นฝ้ายไปโชว์ คิดว่าเค้าน่าจะ
ชอบเอามากๆเลยล่ะ cry

การเรียน มันส่งปัจจัยอยู่หลายอย่าง
ทั้งด้านการพัฒนาตัวเองเพื่อเข้าถึง
สิ่งที่ตัวเองค้นหา กับการพัฒนาเพื่อ
ให้เข้าถึงวิชาชีพ มันก็มีเสียงวิพากวิจารณ์
กันมากมาย คนไม่ชอบแบบเรา คนชอบ

รุ้เพียงว่าถ้าจะอยู่ในวงการจริงๆ วิธีการทำ
ให้ยอมรับมันมีอยู่เยอะมาก ทั้งปรับเปลี่ยน
บ้าง หรือไม่ก็ทำให้มันดีกว่าเค้าไปเลย
สุดโต่งดี กรณีพี่ก็มีการใช้ลายเส้นที่ค่อน
ข้างจะคงเดิมนะ แต่สามารถปรับให้เข้ากับ
ลักษณะงานที่ได้รับได้ โดยลดทอนหรือ
เพิ่มเติมรายละเอียดต่างๆ

พอเป็นมืออาชีพแล้ว สิ่งที่วัดอาจจะไมไ่ด้
อยู่ที่ฝีมือการวาดเพียงอย่างเดียว แต่มัน
ต้องอาศัยความยืดหยุ่นของความคิดด้วย
อีโก้สูงสิดี ดีมากๆ แต่ซัดอีโก้นั้นน่ะไปใส่
ในผลงาน ให้เห็นว่ามันเวิร์กนะ ไม่ควรเอา
ไปใช้กับการระบายทางอารมณ์

สุดท้ายทุกอย่างที่ฝึกมา ทดลองมามันก็
ได้ใช้ทั้งหมดล่ะ เพียงแต่ว่าจะใช้ตอนไหน
เท่านั้นเอง big smile
#11  by  วัชชี่ At 2009-06-21 17:44, 
ทำยังไงแล้วแฮปปี้ก็ทำไปเถอะครับ
ลายเส้นทิม หรือ ญี่ปุ่น ยังไงคนวาดก็มีความ original ที่เป็นของตัวเองอยู่ดี

ผมชอบทิม เห็นงานคุณแล้วผมก็นึกถึงทิม
แค่นึกถึง...ไม่ได้แปลว่าเหมือน

แล้วผมก็ชอบงานคุณ(ยืนยัน)big smile
#12  by  tongg At 2009-06-21 19:47, 
ทำไปเยอะๆ บุคลิกก็จะออกมาชัดขึ้นเรื่อยๆ เองแหละครับ
ผมว่าคุณฝ้ายก็รู้นะเนี่ย
#13  by  tongg At 2009-06-21 19:49, 
ผมหลงเข้ามาแอดบล๊อกนี้เพราะผมชอบลายเส้นเลยน่ะ

แต่ ต่อไปเวลาทำงานเรากำหนดไม่ได้ว่าลูกค้าเขาต้องการ ลายเส้นแบบไหน[ถ้าเราไม่ได้ดังขนาดเขาต้องมาอ้อน]
ติสแดกก็ไม่มีแดกครับ
#14  by  สันดานจัง At 2009-06-21 19:55, 
big smile big smile big smile big smile big smile
#15  by   (125.26.31.227) At 2009-07-11 14:23, 

<< Home


Cotton หรือ ฝ้าย
View full profile
Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.