สำหรับ FAQ ขอตอบเอนทรี่หน้า
ลืมไปว่าต้องอัพเรื่องนี้ก่อน
-----------------------------------------------------
พอดีเมื่อเช้าดูข่าวเกี่ยวกับมรดกของพุ่มพวงดวงจันทร์ จะเห็นได้ว่าปัญหามาจาก "เงินมรดก" เพียงก้อนเดียวซึ่งทำให้ครอบครัวเกิดการแตกแยก เงินยิ่งมาก ยิ่งแย่งกัน น่าจะเรียว่า "โลภ" แต่หากได้เงินก้อนนั้นไป เงินที่เราใช้ๆสุดท้ายก็ไม่ใช่ของเรา เงินนั้นก็ไปตกที่พ่อค้าแม่ค้า แต่ยังไงพ่อค้่าแม่ค้าก็ต้องเอาเงินที่ได้มาจากเราไปซื้อของ ใช้หนี้ ฯลฯ สรุป จะแย่งทำไม
อีกอย่าง มรดกก็ต้องตกเป็นของลูกอยู่แล้ว เราว่าไปศาลสุดท้ายเงินก็ต้องตกไปอยู่ที่ผู้สืบทอดตระกูล(บุตร)อยู่ดี ลองคิดดู ถ้าไม่ไปแย่งเงินก็คงไม่มีปัญหาให้เสียอารมณ์ เสียเงิน และเสียความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว
อีกอย่าง มรดกก็ต้องตกเป็นของลูกอยู่แล้ว เราว่าไปศาลสุดท้ายเงินก็ต้องตกไปอยู่ที่ผู้สืบทอดตระกูล(บุตร)อยู่ดี ลองคิดดู ถ้าไม่ไปแย่งเงินก็คงไม่มีปัญหาให้เสียอารมณ์ เสียเงิน และเสียความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว
ทำไมเราเอามาพูดอ่ะหรอ เพราะว่ามัน(เกือบจะ)ตรงกับนิทานที่เราจะเสนอมาให้วันนี้ คือเรื่อง "พญาสุนัขจิ้งจอกสำนึกผิด" เป็นงานแรกที่ทำให้คะ มันส์มาก แต่ถ้าเลือดเยอะก่านี้จะสนุกกว่าหลายเท่า
แต่เห็นทางเว็บ เค้ารับรูปเราแล้วเรารู้สึกรูปมันขาดไป เลยไม่รู้ว่าเพราะส่งเมลไม่ถึงหรือเค้าต้องตัดออกเพื่อไม่เปลืองพื่นที่ ^^'
ที่จริงแอบงงว่าทำไมต้องเป็นพญาจิ้งจอก เพราะพญาน่าจะมีลูกน้องมาด้วย
ช้าอยู่ใย ดำเนินเรื่องเลยดีกว่าเนอะ ขอเล่าแบบย่อๆเช่นเดิม
-------------------------------------------
*ชาตินี้พระพุทธเจ้าได้เกิดเป็นพญาจิ้งจอก*
วันหนึ่ง มีพญาจิ้งจอกกำลังออกหากิน ได้พบศพช้างที่พึ่งตายมาหมาดๆ
ด้วยขนาดของช้าง คาดว่าถ้ากินคงอื่มจนพุงปริ้นแน่ๆ
พญาจิ้งจอกไม่รอช้า พยายามกัดเพื่อดึงเนื้อช้างมากินให้ได้
แน่นอน เนื้อช้างทั้งแข็ง ทั้งเหนียว กัดงวง กัดท้อง กัดหู เนื้อก็ไม่ขาดเสียที
กัดไปกดมาจนกระทั้งไส้จะกิ่ว มื่อไหร่จะฉีกเนื้อได้ซักที
ตอนนั้น พญาจิ้งจอกเห็นนกสองตัวคุยกันที่หางช้าง เลยนึกถึงมาได้ว่ายังไม่ได้ลองกัดทวารช้างเลย
(ขออภัยด้วยคะ พอดีลืมแล้วว่าเป็นนกพันธุ์อะไร ช่วงนี้ลืมๆเนื้อเรื่อง ^^')
ทวารช้างนิ่มกว่าที่คิด พญาจิ้งจอกจึงเริ่มเจาะทวารช้างจนเข้าไปในศพช้างได้
(เราว่าตรงนี้จริงตามโลกของสัตว์เลยนะ
เราสังเกตุว่าสัตว์กินเนื้อมักกินทวารของเหยื่อก่อน สงสัยเพราะนิ่มแบบนี้ละมั้ง
เราสังเกตุว่าสัตว์กินเนื้อมักกินทวารของเหยื่อก่อน สงสัยเพราะนิ่มแบบนี้ละมั้ง
แต่พอนึกถึงทวารมันมีอึ๊อึ... ก็ไม่รู้สัตว์มันกินไปได้ไง ^^'
แต่อย่างว่า เพื่อความอยู่รอด สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม)
พญาจิ้งจอกถึงกับดีใจ ในที่สุดก็เจาะได้แล้ว จะได้กินจนพุงกางเสียที หิวจะตายอยู่แล้ว
เมื่อกินจนอึ่มก็นึกขึ้นได้ว่า ถ้าเราอาศัยอยู่ในศพช้าง เราก็ไม่ต้องล่าเหยื่อไปอีกนาน!!!
พญาจิ้งจอกจึงกินนอนในศพช้างจนพุงกาง สบายแฮ
แต่ศพนั้นไม่เนื้อนิ้มตลอดการ ย่อมสลายไปตามกาลเวลา
วันหนึ่ง มีฝนตก ศพช้างจึงยวบลง
ในท้องช้างนั้นมืดเพราะทวารช้างได้ปิดลงเพราะศพโดนน้ำ เนื้อช้างก็เน่าเฟะจนกินไม่ได้แล้ว
พญาจิ้งจอกตกใจ กระวนกระวา หวาดกลัว วิ้งหาทางออก วิ้งท่ามกลางความมืดในศพช้าง ตัวก็เปื้อนเนื้อเน่า
ต้องทนหิว อยู่ในที่มืด และวิ่งไปวิ่งมาอยู่แบบนั้น
ในที่สุด เมื่ออากาศแห้ง ศพช้างจึงพองขึ้น ทวารช้างริ่มเปิดออก เมื่อเจอแสงสว่างพญาจิ้งจอกรีบวิ่งออกไปทันที
แต่ระหว่างเอาตัวออกจากทวารนั้นตัวได้เปรอะเนื้อเน่า และพยายามมุดจากทวาร
จนกระทั้งขนพญาจิ้งจอกหลุดร่วงหมด
หลังจากที่หลุดมาจากศพนรกแล้ว พญาจิ้งจอกถึงกับดีใจสุดๆ แต่ก็ต้องอับอายเพราะขนหลุดจนหมดตัว
คติสอนใจ
"ในการพยายามไขว่คว้าสิ่งได้และสำเร็จด้วยความพยายามอย่างสูง มักเกิดอารมณ์ปิติยินดี และน่าภาคภูมิใจ
แต่เมื่อได้ความโลภมา มักมีความสุขอยู่กับโลภนั้นในช่วงแรก
แต่ความโลภจะให้ทุกข์ในภายหลัง"
(อาจะผิดไปบ้าง ต้องขออภัยด้วยนะคะ ^^')
------------------------------------------------
เราว่าจริงนะ เพราะสมมุติว่าเราได้เงินมาล้านนึง แน่นอนว่ามีความสุขเพราะได้เงินซื้อตามใจอยากซักที แต่แน่นอนว่าญาติๆต้องมาขอแน่ๆ แถมพอเราออกข่าวพวกโจรต้องมาเล็งบ้านเราเป็นอันดับแรกแน่นอน เพราะงั้นอยู่อย่างพอเพียงดีกว่าเนอะ
ใครอยากฟังนิทานเรื่องอื่นๆไปฟังที่นี่ได้เลย มันส์มากกว่าฟังคนนินทากันซะอี
จะว่าไป เรื่องนินทากับข่าวต่างๆก็ไม่อยากให้ไปเชื่อมากนะ
อย่างข่าวมันก็ปรุ่งแต่งมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ความจริงไม่รู้มีกี่ % ส่วนเรื่องนินทาส่วนใหญ่จะบอกต่อๆกัน ทำให้เราไม่รู้ว่าเรื่องนินทานี่จริงหรือเท็จ เพราะพูดต่อๆกันอาจทำให้ข้อมูลผิดพลาด แถมมักเป็นเรื่องที่ไม่ดีของคนนั้น และไม่มีประโยชน์กับตัวเรา(แค่ความสนุกในการเล่า อย่างอื่นไม่ได้อะไรเลย) เรื่องนินทาแบบนั้นอย่าไปฟังดีกว่านะ
แถมพวกนักข่าวชอบเอาเรื่องไม่ดีของดารามาลง ขอโทษเถอะ ดาราก็คนนะ มีความรู้สึกอายเหมือนกันแหล่ะ เรื่องบางเรื่องไม่ควรไปยุ่งนักข่าวก็จุ้นจริงๆ ว่าไป ถ้าดังแล้วเผลอทำเรื่องน่าสงสัยหน่อยก็เป็นข่าวหน้าหนึ่ง งั้นพวกเราดีแล้วล่ะที่ไม่ดัง
อย่างข่าวมันก็ปรุ่งแต่งมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ความจริงไม่รู้มีกี่ % ส่วนเรื่องนินทาส่วนใหญ่จะบอกต่อๆกัน ทำให้เราไม่รู้ว่าเรื่องนินทานี่จริงหรือเท็จ เพราะพูดต่อๆกันอาจทำให้ข้อมูลผิดพลาด แถมมักเป็นเรื่องที่ไม่ดีของคนนั้น และไม่มีประโยชน์กับตัวเรา(แค่ความสนุกในการเล่า อย่างอื่นไม่ได้อะไรเลย) เรื่องนินทาแบบนั้นอย่าไปฟังดีกว่านะ
แถมพวกนักข่าวชอบเอาเรื่องไม่ดีของดารามาลง ขอโทษเถอะ ดาราก็คนนะ มีความรู้สึกอายเหมือนกันแหล่ะ เรื่องบางเรื่องไม่ควรไปยุ่งนักข่าวก็จุ้นจริงๆ ว่าไป ถ้าดังแล้วเผลอทำเรื่องน่าสงสัยหน่อยก็เป็นข่าวหน้าหนึ่ง งั้นพวกเราดีแล้วล่ะที่ไม่ดัง
----------------------------------------------
แล้วใครสนใจอยากวาดให้หลวงพี่ก็ไปอีเมล smilingworld@windowslive.com ของหลวงพี่ได้เลยนะคะ เพราะรู้สึกว่าคนวาดน้อยมากๆ อยากให้ช่วยๆกันให้เด็กๆบริโภค
-----------------------------------------











