2006/Oct/07

ช่วงนี้พยายามแต่งฟิคเพราะช่วงนี้มีไฟ

ขอให้ทุกท่านที่อ่านช่วยติด้วยนะคะ

เพราะตอนนี้อยากให้คนอื่นๆอ่านก่อนแล้วค่อยลงเว็บต่างๆ

เพราะตอนนี้ต้องการเสียงว่าควรจะลงมั้ย

เนื้อเรื่องเหมาะสมหรือโอเคดีมั้ย

.....เชิญอ่านได้เลยนะคะ

ผิดตรงไหนก็ติกันได้นะคะ ^^

----------------------------------------------

เสียงเจี๊ยวจ๊าวดังมาจากในสวนเด็กเล่นที่เชียงใหม่ เด็กๆที่อยู่แถวๆสวนเด็กเล่นมักจะออกมาเล่นกันเป็นประจำ เมรุมักจะออกมาเล่นกับเด็กผู้หญิงแถวๆข้างบ้าน การละเล่นก็ไม่พ้นแนวเด็กผู้หญิงคือเล่นพ่อแม่ลูก ส่วนพวกผู้ชายก็เล่นยิงปืนกันบ้าง แปลงร่างเป็นจูเรนเจอร์บ้าง เมรุสนุกกับที่นี่มากเพราะนอกจากจะมีต้นไม้ให้ร่มเงาแล้วยังมีเพื่อนเล่นมากมาย เว้นเสียแต่กริด เด็กผู้ชายที่อยู่ข้างบ้านเมรุ ชอบเมรุมาตั้งแต่เมรุมาที่สวนเด็กเล่นครั้งแรก เมรุเป็นเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักเข้ากับวัย 6 ขวบ ผมหยักศกตัดสั้นสีน้ำตาล นัยน์ตาดูไร้เดียงสาสดใส ผิวเปล่งปลั่งสีชมพู เธอเป็นเด็กที่น่ารักและใจดี ตรงกันข้ามกับกริด เขาเป็นเด็กสลัม มีพี่น้องทั้งหมด 4 คน (รวมทั้งเขาด้วย) และอาศัยอยู่กับพ่อแม่และยาย มีพี่สาวเป็นคนโตสุด คนรองคือพี่ชายที่แก่นมากและพี่ชายคนที่สามซึ่งซนพอๆกับพี่ชายคนที่สองและเขาเป็นน้องสุดท้อง กริดเป็นคนที่ไม่ค่อยพูด ชอบนั่งเล่นคนเดียวแล้วมองเด็กคนอื่นๆเล่น เขาเคยมีประสบการณ์ถูกเด็กคนอื่นรังแกทำให้เขาไม่กล้าใกล้ชิดกับคนอื่นนอกจากเมรุ เวลาเมรุไปเล่นที่ไหนกริดก็จะชอบมาอยู่ข้างๆ บางครั้งตอนดึกๆเขาก็เรียกเมรุให้ออกมาเล่นด้วย เมรุเกลียดเด็กผู้ชายคนนี้ ชอบวุ่นวายกับเมรุ ชวนไปนั่นไปนี้ด้วยการลากตัวเมรุไปและทำให้เมรุไม่ชอบ จนบางครั้งออกจากบ้านไม่ได้เพราะรำคาญ กริดเป็นเด็กที่มีโหนกแก้มและคางดูยาวออกมาซึ่งดูรู้ว่าพอโตขึ้นเขาจะเป็นคนคางแหลมและยาวและเป็นคนนัยน์ตาลึกและไว้ทรงผมเด็กนักเรียน แน่นอนว่าเด็กผู้ชายในฝันของเมรุไม่ใช่แบบนี้แน่นอน

กริดมักจะโดนคุณยายดุบ่อยๆเพราะซนและชอบไปยุ่งกับเมรุแล้วยังไม่ยอมช่วยทำงานบ้าน กริดเลยชอบไปหลบในบ้านร้างแถวๆบ้านที่ทำมาจากไม้ ข้างในจะเป็นประตูเล็กๆสำหรับผู้ใหญ่ต้องก้มตัวคลานเข้าไปถึงจะเข้าไปได้ ทางเข้าจะเป็นซอกเล็กๆ แต่กว้างกว่าประตูประมาณเท่าตัวแต่ยังไงก็ต้องคลานเข้าไป จนถึงห้องหนึ่งซึ่งพื้นและเพดานทำมาจากไม้ทั้งหมด พื้นไม้สามารถเปิดออกได้ซึ่งข้างใต้มีห้องขนาดใหญ่พอที่เด็กตัวเล็กๆจะเข้าไปได้จึงเป็นที่หลบซ่อนไม้เรียวของยายได้เป็นอย่างดี

เมื่อถึงเวลาที่ต้องย้ายโรงเรียนไปเป็นชั้นประถม เมรุต้องย้ายบ้านไปกรุงเทพฯเพราะโรงเรียนที่นั่นดีกว่า ส่วนกริดขอร้องให้พ่อแม่ย้ายบ้านตามเมรุบ้างแต่พ่อแม่ไม่ยินยอม วันรุ่งขึ้นเมรุขึ้นรถบรรทุกเพื่อย้ายไปกรุงเทพฯ เมื่อรถสตาร์ท เมรุก็ได้ยินเสียงแหลมๆของเด็กผู้ชายร้องเรียกเมรุซึ่งเป็นเสียงของกริดที่วิ่งตามรถบรรทุกของพ่อเมรุ เขาวิ่งสุดความสามารถของเด็ก 6 ขวบแต่สุดท้ายเขาก็วิ่งหกล้มหัวคะมำจนจมูกเขาแทบบี้ติดถนน

บทที่ 1 ตามหา

แสงตะวันส่องลงมาที่ลานหญ้า แสงสะท้อนที่กระทบกับหญ้าราวกับว่าถูกโรยผงทองลงบนพื้น เมฆที่ลอยบนฟ้าเหมือนกับนกสีขาวขนปุยกำลังบินเล่นอยู่บนแผ่นกระดาษสีฟ้า แสงแดดอุ่นๆที่กระทบมาที่ผิวของเมรุทำให้รู้สึกอบอุ่น เธอยืนอยู่หน้าบ้านร้างเก่าๆที่ทำมาจากไม้เริ่มผุและหักเพราะผ่านแดดและฝนมาเป็นเวลาหลายปี เธอก้มตัวแล้วคลานเข้าไปข้างในประตู มันใหญ่กว่าตัวเมรุนิดหน่อย มากพอที่จะให้เธอแทรกตัวเข้าไปได้ เมรุรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอเข้าไปข้างใน มันเป็นช่องแคบๆทำด้วยไม้แบบตัวบ้าน กลิ่นอับของกลิ่นฉี่หนูเริ่มอบอวลขึ้นเรื่อยๆเมื่อเธอเริ่มคลานเข้าไปลึกมากขึ้น เธอเข้าไปถึงในห้องหนึ่ง มีแสงส่องลอดลงมาจากหลังคาเนื่องจากไม้บนหลังคาผุ แต่ก็ไม่ทำให้ห้องนั้นสว่างขึ้นเลยเพราะมันมืดมาก เมื่อรูม่านตาเธอเริ่มปรับสภาพให้ใหญ่ขึ้นเธอก็เริ่มเห็นรายระเอียดในห้อง ไม่มีเฟอร์นิเจอร์เลยซักชิ้น รอบตัวเธอเป็นแผ่นไม้หมดและผุฟัง เมรุได้กลิ่นเหม็นอับคลุ้งไปทั่วห้อง เมรุเดินดูสำรวจห้องทำให้เสียงไม้เก่าๆที่อยู่บนเท้าเธอดังเอี๊ยดอ๊าด เมรุรู้สึกไม้ที่เธอเหยียบมันบุ๋มลงไปแสดงว่าข้างล่างต้องเป็นห้องหรืออะไรซักอย่างแน่ เมื่อเธอเดินไปซักพักเธอเห็นเงาแปลกๆปรากฏมาให้เธอเห็น เงานั้นเริ่มเปลี่ยนรูปร่างจนเธอดูออกว่าเป็นรูปร่างคนยืนอยู่แล้วมองมาทางเธอ มันชี้ไปที่พื้นที่มีช่องโหว่

เมรุตื่นขึ้นจากฝัน รู้สึกเวียนศีรษะเล็กน้อย โอย ฝันบ้าอีกแล้วหรอเนียะ

เธอรีบลุกขึ้นเหมื่อเห็นนาฬิกาชี้เข็มสั้นที่เลขเจ็ดส่วนเข็มยาวชี้เลขสิบห้า วันนี้เธอมีสอบวันสุดท้ายและก็จะได้ปิดเทอมประมาณหนึ่งเดือน แล้วเธอก็จะได้ไปเชียงใหม่ไปพบคุณปู่กับคุณย่าและเพื่อนๆที่ไม่ได้เจอกัน 10 ปี หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวและกินข้าวแล้วเธอก็มาคิดทวนถึงฝันเมื่อคืน แปลกแฮะฝันมา 3-4 วันแล้ว เธอคิด และพยายามทวนว่าบ้านร้างที่เธอฝันมันคือที่ไหน เธอรู้สึกคุ้นมากกับความฝันโดยเฉพาะคนในฝันที่ชี้ไปที่พื้น

เวลาผ่านไป 10 ปี เมรุเติบโตขึ้นมาก เธอไว้ผมยาวแบบธรรมชาติโดยไม่ได้ดัดทรงอะไรเลย ตาเธอดูคมขึ้นมากกว่าตอนเด็กๆจนคนบางคนเคยทักเธอว่าเป็นลูกครั่งอินเดีย เธอเดินออกมาจากห้องสอบด้วยใบหน้าที่ดูยิ่มแย้ม อา ในที่สุดก็จะปิดเทอมแล้ว เธอรู้สึกโล่งอก หลังจากอ่านหนังสือสอบวิชาอังกฤษก่อนสอบมาแค่วันเดียว เธอเดินออกมาจากห้องสอบอย่างสบายใจแล้วเดินตรงไปหาเพื่อนๆที่กำลังคุยเรื่องวิชาอังกฤษที่ยากมากๆ บางคนก็ถอนหายใจเสียดาย บางคนก็ยิ้มแย้มเพราะทำได้หมดทุกข้อ

อา โล่งสักทีเนอะ ขนาดอ่านมาแล้วยังไม่รู้เรื่องเลย แต่ก็สอบไปแล้ว เมรุพูดกับเพื่อนสนิทที่ชื่อตะวันอย่างสบายใจเหมือนเรื่องร้ายๆได้ผ่านไปแล้ว

นี่หล่อน พึ่งมาอ่านตอนเช้า อย่าหวังว่าจะสอบผ่านเลย มองโลกในแง่ดีเกินไปแล้วย่ะ ตะวันสวนตอบ

เออ แล้วปิดเทอมนี้จะไปไหนกันน่ะ ตอนนี้นุ่นจองตั๋วไป แพ๊-รีสสส แล้วล่ะ นุ่น เพื่อนของเมรุกับตะวันทำเสียงแหยะๆแด๋ๆตามภาษาเพื่อนขี้เล่นประจำกลุ่ม

ยัยนุ่นอย่ามาตอแหล ต้องเดี๊ยนซิจะไป นิว ซี๊ ลั่นด์ พรุ่งนี้แหล่ะ ตะวันตอบกลับไปบ้าง ทำเอาเพื่อนอีก 2 คนขำกัน

ฉันจะไปเชียงใหม่แหละ เมรุตอบ

"โห จะกลับไปบ้านเกิดตัวเองหรอ นุ่นถาม

ใช่ ไม่ได้ไปหาคุณปู่กับคุณย่ามาเป็นปี คิดถึงจะแย่แล้ว ไว้ไปเดี๋ยวจะซื้อของฝากมานะ ตอบด้วยสีหน้าเศร้าๆแล้วดูกังวล ทำให้เพื่อนๆสงสัยว่าทำไมต้องทำสีหน้าแบบนั้น เพราะน่าจะดีใจที่ได้เห็นคุณปู่กับคุณย่า ทั้งสองคนเลยถามพร้อมกัน ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ

คือ ฉันฝันร้ายน่ะ น่ากลัวยังไงก็ไม่รู้ เมรุตอบ

เห! ฝันใบ้หวยป่าว นุ่นตอบแต่ก็โดนศอกของตะวันจิ้มเข้าเอว เพราะตะวันรู้สึก ว่าหน้าตาของเมรุดูจริงจังกับฝันมาก เธอฝันว่าไงหรอ ช่วยเล่ามาหน่อยสิ ตะวันถาม

คือ เมื่อ 2-3 วันก่อนฉันฝันติดกันเลยล่ะ ฉันฝันว่าเข้าไปในบ้านร้างๆที่สมัยเด็กฉันเคยเห็นบ่อย มันเป็นทางเข้าเล็กๆเหมือนโพรง พอฉันเข้าไปแล้วเจอห้องๆนึงขนาดประมาณห้องนอนฉัน แล้วเห็นเงาดำๆเอ.. ตอนแรกฉันก็มองไม่ออกนะ มันเหมือนกลุ่มควันที่รวมกลุ่มกันเหมือนคนยืนอยู่ แล้วมือก็ชี้ไปที่พื้น เมรุเล่า ใบหน้ารู้สึกหวั่นๆกับฝันร้าย

ฮ้า! สงสัยเพื่อนเรามีผีมาใบ้ว่าเลขหวยอยู่ใต้พื้น ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆ นุ่นเล่นมุขกะจะให้เพื่อนคลายเครียดแต่ก็โดนศอกของตะวันจิ้มเอวอีกแต่แรงกว่าเดิมเพราะตะวันรู้สึกว่าเพื่อนของเธอจะจริงจังกับฝันมาก

มะมันไม่ธรรมดานะ เมรุตอบ สีหน้าของเธอดูเคืองเพื่อนเล็กน้อยที่ไม่สนใจในสิ่งที่เธอพูด ในฝันมันเหมือนจริงมาก มันอึดอัด แล้ว.ผู้ชายคนนั้นดูคุ้นๆด้วย

ห๊า!!!! ไหนว่าเค้าเป็นหมอกควันไง แค่หมอกควันมันไม่หน้ามองเป็นหน้าตาคนได้หรอก นุ่นถามและเริ่มสนใจฝันของเมรุ

คือ วันแรก ฉันก็มองเห็นไม่ชัดหรอก แต่พอฝันหลายๆคืนหน้าตาเขาค่อยๆชัดขึ้น

อุแหม ถ้าคนนั้นหน้าตาหล่อล่ะก็.... นุ่นรีบหุบปากเมื่อเห็นตะวันกำลังเตรียมจะเอาศอกกระทุ้งเอวเธออีก ตะวันเลยพูดปลอบใจบ้าง ไม่ต้องเครียดหรอก แล้วเธอคิดว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใครกันอะ

ไม่รู้สิ แต่เหมือนจะเคยเจอเมื่อนานมาแล้ว เมรุพูดแล้วทำหน้าตาคิดว่าคนที่เขาฝันถึงอยู่คือใคร

เอาน่าไม่ต้องคิดมาก ฉันว่าเขามาดีนะ ไม่งั้นคงมาบีบคอเธอตั้งแต่แรกแล้วล่ะ ตะวันพูดปลอบใจ เธอไม่ชอบเพื่อนเวลามีสีหน้าไม่ดีแบบนี้เพราะทำให้ตัวเธอวิตกไปด้วย

จากนั้นทั้งสามคนก็กลับบ้าน เพื่อนของเมรุทั้งสองคนแอบซุบซิบเรื่องฝันของเมรุเพราะพวกเขาชอบเรื่องเหนือธรรมชาติแต่ไม่อยากให้เมรุได้ยิน ส่วนเมรุก็กลับอีกทาง ในใจเธอกลัวเรื่องฝันเพราะชายในฝันเธอดูคุ้นหน้าคุ้นตามาก เธอรู้สึกขนลุกซู่ทุกครั้งที่นึกถึงฝันร้ายนั้น เธอพยายามคิดถึงเพื่อนๆที่ไม่ได้เจอตั้ง 10 ปี เธออยากรู้ว่าทุกๆคนจะจำเธอได้ไหม จะวางตัวกับเพื่อนเก่าได้ถูกรึเปล่า สบายดีกันไหม เธอภาวนาว่าปิดเทอมนี้จะเป็นการปิดเทอมที่ดีที่สุดของเธอเพราะไหนๆก็จะได้เจอเพื่อนเก่าแล้ว

บ้านของเมรุเป็นบ้าน 2 ชั้น ผนังทาทีขาวหลังคาสีแดง ประตูรั้วเป็นเหล็กซี่เล็กๆพอที่จะให้เห็นภายในตัวบ้านได้ ประตูหน้าบ้านเป็นเหล็กสีเทาที่เริ่มมีสนิมเกาะจนเหมือนถูกสีแดงแต้มไว้เป็นหย่อมๆด่างๆ เธอเปิดประตูบ้านแล้วเข้าไป แม่!! เย็นนี้มีอะไรกินเหรอ เมรุถามแม่แล้ววางกระเป๋าไว้บนโซฟารับแขก เพราะเธอจะไม่ต้องจัดกระเป๋าอีกนานจนกว่าจะเปิดเทอม ก็วันนี้ไม่ค่อยมีอะไร เอาไข่เจียวแล้วกันนะ แล้วเรียกว่าคุณแม่สิ!! ไม่ใช่แม่เฉยๆ เธอดุลูกสาวตามภาษาแม่ขี้บ่น เมรุทำหน้าเหมือนตอบรับแม่และขึ้นไปที่ห้องตัวเองเพื่อจะไปจัดของเพราะเธอต้องเดินทางไปเชียงใหม่ตั้งแต่พรุ่งนี้เช้า

ในห้องของเธอเป็นผนังสีขาวเหมือนตัวบ้าน ที่นอนเธออยู่ตรงกันข้ามกับประตู โต๊ะเขียนหนังสืออยู่แถวๆที่นอน มีโคมไฟอยู่ที่หัวโต๊ะที่เต็มไปด้วยหนังสือการ์ตูนรักหวานแหววหลายกอง เธอเปิดตู้เสื้อผ้าออกมาซึ่งข้างในเต็มไปด้วยชุดมากมายแต่กลับไม่มีแนวสายเดี่ยวหรือเกาะอกอย่างที่วัยรุ่นสมัยนี้นิยม เพราะเธอชอบเสื้อผ้าที่ไม่ฉูดฉาดและเย้ายวนมากและก็มีแต่เสื้อผ้าโทนแก่ อย่างสีน้ำตาล สีเขียวแก่ หรือสีเลือดหมู ถึงเมรุจะชอบอ่านการ์ตูนรักแต่แนวเสื้อผ้าที่เธอใส่ออกจะดูธรรมดาและจืดๆ เอจะใส่ตัวอะไรไปบ้างดีน่า ตัวนี้ก็โอเคแฮะ.ตัวนี้ก็ใช้ได้.. เธอเลือกเสื้อผ้าอย่างเพลิดเพลิน หยิบตัวนั้นไปตัวนี้ไป หลังจากเธอเก็บเสื้อผ้าเสร็จแล้วเธอจึงหันไปหยิบของใช้ที่จำเป็นเช่นแปรงสีฟัน หวี แชมพู ฯลฯ จนกระทั้งเธอเริ่มหันตัวไปที่ลิ้นชักแล้วเอาพวกดินสอกับสมุดเธอไปด้วยเพราะเธอหวังว่าจะเอาไปเขียนเป็นไดอารี่

เวลาหนึ่งทุ่มตรงทุกคนในบ้านกำลังรับประทานอาหารที่แม่ของเมรุทำขึ้น ถึงจะเป็นไข่เจียวธรรมดาๆแต่ก็อร่อยใช้ได้เลยทีเดียวเพราะแม่เมรุเคยเป็นกุ๊กร้านอาหารมาก่อน โต๊ะรับประทานอาหารนี้มีเมรุนั่งอยู่ข้างน้องชาย ส่วนด้านตรงข้ามมีพ่อซึ่งกำลังกินไข่เจียวราดด้วยพริก 4 ช้อนและแม่ซึ่งเธอกำลังจะตักข้าวเข้าปากเธอก็ทำตามองข้างบนเหมือนนึกเรื่องอะไรออก

เมฆ ลูกเตรียมของเก็บใส่กระเป๋าหรือยัง? แม่ถามเมฆซึ่งเป็นชื่อน้องชายของเมรุ เมฆตักข้าวเข้าปากและตอบแม่ อุบๆ แจบๆ ฮังฮับ(ยังครับ)

เออ รีบๆจัดก็แล้วกัน พรุ่งนี้ต้องออกไปตั้งแต่ตี 5 แล้วก็อย่าเคี้ยวอาหารตอนพูดสิ แม่เมรุตอบแล้วตักข้าวเข้าปาก

โห!! ทำไมมันเร็วจังอะคุณแม่ ผมนึกว่า 6 โมง ซะอีก ผมยิ่งตื่นสายอยู่นะ เมฆถามหลังจากกลืนข้าวที่อยู่ในปากแล้วเอื้อมมือไปหยิบน้ำปลาเพราะเขารู้สึกไข่เจียวที่แม่ทำมันจืดไปหน่อย

ดี จะได้หัดตื่นเช้าบ้าง เมรุพูดแหย่เมฆ เธอชอบแกล้งน้องชายเป็นประจำ

เออ เมรุจำเพื่อนๆเมื่อสมัยอยู่เชียงใหม่ได้มั้ย พ่อเมรุเริ่มพูดบ้างเมื่อกินอาหารไปครึ่งจานแล้ว

จำได้ค่ะ แต่เหมือนจำได้แค่ 4-5 คนได้แล้วล่ะ อยากเจอเร็วๆจัง เมรุพูดตอบพ่อแล้วนึกถึงเรื่องเพื่อนๆในสมัยก่อน ถ้าเขาเจอเราจะจำได้ไหมหนอ

หลังจากที่ทุกคนรับประทานอาหารจนเสร็จต่างคนต่างไปอาบน้ำแล้วไปทำกิจกรรมก่อนนอน คุณพ่อดูทีวี คุณแม่อ่านนิยาย เมฆเล่นเกมนินเทนโด้ดีเอส ส่วนเมรุเดินขึ้นชั้นบนไปห้องของตัวเองเพื่อไปอ่านนิยายรักที่เธอยังอ่านไม่จบ เธออ่านถึงช่วงที่นางเอกร้องไห้เพราะพระเอกเมินใส่จนถึงนางเอกเข้าใจสาเหตุที่พระเอกเมิน เมรุเริ่มรู้สึกเบลอและตาพร่า หัวเธอเริ่มค่อยๆก้มจนเกือบโขกโต๊ะ

ตุบ!!เสียงอะไรบางอย่างกระทบกันจนทำให้เมรุสะดุ้งตื่น เสียงนั้นดังมาจากหน้าต่างที่อยู่ติดกับโต๊ะซึ่งเสียงมาจากข้างหน้าเมรุนั่นเอง เธอคิดว่าคงเป็นเสียงกิ่งไม้กระทบกับกระจกหน้าต่างเพราะลม อะไรกัน นิเราอ่านจนหลับเลยเหรอเนียะ เธอคิดและพยายามจะอ่านต่อ แต่นิยายที่เธออ่านอยู่หายไป

เฮ้ย!!! หายไปได้ไงหรือว่าลมพัดแต่เราไม่ได้เปิดหน้าต่างไว้นิ.. แล้วเธอก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ เธอสังเกตว่าห้องของเธอดูแปลกไป

ห้องของเธอจากเดิมที่ถูกสร้างมาจากอิฐกลายเป็นไม้ผุพังไปแล้ว หนังสือ ตู้ เตียง และอุปกรณ์เฟอร์นีเจอร์ต่างๆของเธอได้หายไปหมดนอกจากโต๊ะกับที่นั่งของเธอ มันกลายเป็นห้องโล่งๆที่ทำมาจากไม้เก่าๆผุพัง เธอรู้สึกสับสนว่าทำไมจู่ๆก็เกิดเรื่องแปลกๆแบบนี้ เกิดอะไรขึ้นกับห้องของเธอ

แกร๊กๆเสียงพื้นไม้ผุฟังของห้องที่ตอนแรกเป็นแค่ไม้สักได้ดังขึ้นเหมือนมีคนทุบให้เป็นรู เมรุเห็นอะไรบางอย่างอยู่ในรูเหมือนมีอะไรซักอย่างเล็กๆอยู่ในนั้น เธอรู้สึกไม่กลัวสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเหมือนมีอะไรบางอย่างชักจูง เธอเดินเข้าไปดูใกล้ๆเพื่อให้เห็นชัดขึ้น

พี่ๆ ตื่นดิ

เมรุสะดุ้งตื่นขึ้นมาเห็นน้องชายของเธอมองมาที่หน้าของเมรุ มือของเธอจับแผ่นกระดาษนิยายที่เธออ่านค้างหน้า 58 อยู่ เธอหันหลังไปดูรอบๆห้องซึ่งทำมาจากอิฐที่ทาสีขาวพร้อมกับข้าวของของเธอ ไม่มีสิ่งของที่ทำมาจากไม้ผุพัง

พี่เห็นหนังสือการ์ตูนของผมมั้ย ในห้องผมไม่มีเลย น้องชายตัวเล็กถาม

เมรุรู้สึกอยากขอบคุณที่เมฆมาปลุกให้ตื่นจากฝันที่แสนจะพิลึกแต่เธอก็ได้แค่ตอบ ปฏิเสธว่าไม่เห็นหนังสือการ์ตูนของเขา

แทนที่จะอ่านนิยาย เธอเลยพยายามคิดเรื่องอื่นเพราะเธอไม่อยากเผลอหลับแล้วเจอฝันแปลกๆแบบนั้นอีก เธอเริ่มสังเกตว่าทุกครั้งที่เธอหลับมักจะเห็นมิติแปลกๆโผล่ขึ้นมา เธอเลยลงมาจากชั้นล่างไปที่ห้องรับแขกเพื่อไปดูหนังที่พ่อกับแม่นั่งดูอยู่ที่โซฟา เป็นหนังแอ็กชั่นซึ่งพระเอกวิ่งหลบกระสุนปืนที่ผู้ร้ายยิง พ่อดูเหมือนจะตั้งใจดูมากส่วนแม่ก็หลับไปแล้ว เธอเลยตัดสินใจดูกับพ่อแต่เรื่องฝันมันก็กลับหวนให้เธอคิดขึ้นมาอีกถึงขนาดเห็นปืนที่ผู้ร้ายถืออยู่เป็นไม้ผุพังที่มีกระสุนออกมา เธอเลยล้มตัวนอนข้างๆแม่ เธอพยายามหลับตานอนแต่ภาพหลุมที่เธอพบในฝันมันก็ปรากฏขึ้นมาในหัว เมรุพยายามคิดเรื่องอื่นแต่เรื่องฝันร้ายก็กลับเข้ามาในหัวของเธออีกจนเธอทนไม่ไหวจนต้องเล่าให้พ่อฟัง

พ่อว่าลูกต้องคิดถึงที่เชียงใหม่มากเกินไปแน่เลย พ่อเมรุพูดเสร็จแล้วก็หันไปดูหนังบู๊ต่อเหมือนไม่ได้สนใจในสิ่งที่เมรุพูด

ที่เชียงใหม่มีบ้านแบบนั้นด้วยหรอคะ เมรุสงสัย เธอพยายามคิดเหตุการณ์ในอดีตตั้งแต่เล่นชิงช้าครั้งแรกจนถึงตอนที่ขึ้นรถบรรทุก

ก็ ที่ๆกริดชอบไปซ่อนไง พอพ่อพูดจบ ก็หันไปดูหนังบู๊อีก

อ๋อ!! เธอเริ่มจำได้เล็กน้อย เธอนึกถึงเด็กผู้ชายตัวเล็กๆมีโหนกแก้มใหญ่ ตาลึก และไว้ทรงผมนักเรียน

ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ ไม่ได้เจอกันนานเลย สงสัยลืมเรื่องลูกหมดแล้ว พอพ่อพูดจบก็หันไปดูทีวีต่ออีกเช่นเคย

เมรุเริ่มนึกถึงเด็กผู้ชายที่ชอบตามตื้อเธอแล้วขอภาวนาว่าจะเลิกตามตื้อแบบเมื่อก่อนอีก

ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ

ตี 4 ครึ่ง เธอตื่นขึ้นมาแล้วบิดขี้เกียจ มันช่างเป็นการนอนหลับที่วิเศษจริงเพราะเธอไม่ได้ฝันเรื่องน่ากลัวแบบหลายคืนที่ผ่านมาเลย ทำให้เธอรู้สึกเช้านี้เป็นเช้าที่สดชื้นมากๆ แต่เมรุก็ยังสงสัยอยู่นิดๆว่าทำไมจู่ๆก็ไม่ได้ฝันอีก หรือว่าเมื่อคืนที่เราอ่านหนังสือเรางีบหลับไปแล้วเลยไม่ได้ฝัน? เออ ช่างมันเถอะ เธอเลิกคิดแล้วรีบลงไปกินอาหารเช้าเพราะกลัวว่าจะไม่ทัน

เมื่อลงมาชั้นล่างแม่ของเธอกำลังหยิบผ้าเช็ดตัวเพื่อจะไปอาบน้ำ พ่อก็พึ่งจะเริ่มจัดกระเป๋า เมรุไม่เห็นน้องชายจึงคิดว่าตื่นสายเลยขึ้นไปปลุกน้องชาย เธอเดินไปที่ประตูที่แปะโปสเตอร์รูปการ์ตูนที่ใส่เสื้อนักมวยใส่นวม เมรุเคาะประตู

เมฆ จะนอนไปถึงไหน ตื่นได้แล้ว!!! เธอเคาะประตูหลายครั้งจนเมฆเปิดประตูออกมา หน้าตาเขาดูงัวเงียเพราะตื่นมาผิดเวลาซึ่งปกติเมฆจะตื่น 7 โมง เมรุจับมือเมฆเพราะกลัวว่าจะเดินงัวเงียจนตกบันไดแล้วพาไปอาบน้ำ เมื่อทุกคนเสร็จธุระกันหมดแล้วก็ขนของสัมภาระไว้กระโปรงรถแล้วออกเดินทาง

พ่อเมรุเริ่มใส่เทปเพลงลูกทุ่ง แม่เมรุเริ่มเอนหลังนอน เมฆหยิมพวกตุ๊กตาหุ่นรบออกมาจากกระเป๋าเล็กๆแล้วถือมันไปมาพร้อมทำเสียงประกอบ พรืนๆๆ ตามภาษาเด็ก ส่วนเมรุในใจอยากให้ตะวันกับนุ่นไปด้วยเพราะทั้ง 3 คนนี้เป็นเพื่อนที่เมรุสนิทที่สุด ถ้าหากไปด้วยคงสนุกกว่านี้ จากนั้นเธอก็เปลี่ยนความคิดไปเป็นเพื่อนที่เคยเล่นด้วยกันเมื่อ 10 ปีที่แล้ว แต่ความคิดนั้นทำให้กลับมาคิดเรื่องฝันนั้นอีก เธอนึกถึงรูที่ฝันเมื่อคืน นึกถึงผู้ชายที่ชี้นิ้วไปที่พื้น เธอเลยตัดสินใจโทรหาตะวันเล่นแทนเพราะเธอเบื่อเรื่องฝันที่เวลาเธอนึกถึงทีไรก็ทำให้ขนลุกทุกทีเมรุหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วเริ่มโทรแบบสามสาย ทั้ง 3 สาวต่างเริ่มหาเรื่องคุยกันหลังจากการทักทายและคุยเรื่องจุกจิก จนกระทั้ง 3 ชั่วโมง ต่างคนต่างเริ่มไม่มีเรื่องคุย จนตะวันเสนอเรื่องคุยขึ้น

ก็ ล่าสุดฉันฝันเมื่อคืนตอนที่อ่านนิยายแล้วเผลอหลับน่ะ แต่แปลกตรงที้เมื่อคืนกลับไม่ฝันเลย แล้วอย่ามาเรียกฉันว่า ศพ สิ ตอนนี้ยิ่งกลัวๆว่าตัวเองจะเป็นแบบชื่อ เมรุตอบ

ฉันว่า มันต้องเป็นผีที่มาจากชาติที่แล้วของเธอแน่เลย นุ่นพูด ทำเอาเพื่อนที่เหลือทั้งสองคนร้องอุทานพร้อมกัน หา!!!

จะบ้าหรอ ชาติที่แล้วมันจะมาหาได้ยังไง ดวงวิญญานของชาติที่แล้วกับชาตินี้มันดวงเดียวกันมันจะแบ่งได้ยังไง เมรุพูดแล้วคิดในใจว่ายังไงชาติที่แล้วเธอไม่เป็นผู้ชายแน่นอน

ก็แหม ฉันคิดเล่นๆเอง แล้วเธอคิดว่าผู้ชายคนนั้นเป็น 

ซ่าาาาาา

มีเสียงซ่าและเสียงสายตัดออกมาจากโทรศัพท์ ทำให้เมรุไม่ได้ยินเสียงเพื่อน

ฮัลโหลเฮ้ยอีตะวัน อีนุ่น ได้ยินมั้ย โหลๆๆ เธอไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยนอกจากเสียงสายตัดและเสียงซ่า แล้วจู่ๆก็มีเสียงผู้ชายพูดออกมา

มารับด้วย

สายตัด เธอไม่ได้ยินเสียงอะไรออกมาจากโทรศัพท์อีกเลย

เออ ศพ เรื่องผู้ชายในฝันเป็นไงบ้าง? ตะวันถาม บางครั้งเธอมักจะเรียกเมรุว่า ศพเพราะชื่อเหมือนมาจากโลงศพซึ่งความจริงแล้วชื่อมาจากูเขา

-----------------------------------------------

ขอขอบคุณเพื่อนๆที่ช่วยแก้คำให้

ทั้งชินนี่ พี่อัลลอย โดยเฉพาะคุณ Jelphyrที่ช่วยแนะนำในการเขียนที่ถูกต้อง

กรุณาติชมด้วยความจริงใจนะคะ ^^"


edit @ เพิ้มเติมส่วนที่ขาดหาย = ="


edit @ 2006/10/11 06:20:37
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
พ่อเมรุเริ่มใส่เทปเพลงลูกทุ่ง แม่เมรุเริ่มเอนหลังนอน เมฆหยิมพวกตุ๊กตาหุ่นรบ

บางช่วงยังฝืดๆไปนิดนะน้องฝ้าย แต่โยรวมน่าติดตามดี
(ตรงบรรยากาศห้องน่าจะเอาให้มันอ่านแล้วรู้สึกครึมๆทะมึนๆหลอนๆกว่านี้อีกนิดเน่อ)
#1  by  Greened Flying Monkey At 2006-10-08 00:31, 
น่าจะใส่ความมืดมน+แหวะอีกหน่อยล่ะสุดยอด(จากรสนิยมส่วนตัว)
แต่โดยรวมก็ถือว่าดีแล้วนา
เอ้อ...ด้วยความจริงใจเลยนะครับ ผมอ่านแล้วรู้สึกเสียดายน่ะ ...คุณฝ้ายมีจินตนาการและแนวความคิดที่แหวกแนวดีมาก แต่วิธีการเขียนธรรมดามากครับ เนื้อเรื่องที่น่าจะสนุกก็อืดเป็นเส้นมาม่าเลย (ขอโทษจริงๆครับ แต่เอาจากใจเลยนะครับ)

การเขียนนิยาย (ถ้าไม่เอาแบบนิยายนั่งเทียนที่ฮิตๆอยู่ในปัจจุบัน) ต้องมีข้อมูลแบบมหาศาล (ส่วนนึงมาจากหนังสือที่อ่าน) ไม่งั้นก็จะดูเหมือนไม่รู้จริง อย่าง"มือของเธอจับแผ่นกระดาษนิยายที่เธออ่านค้างหน้า 58 อยู่" อือม์....มันดูง่ายมากเลยล่ะ น่าจะใส่รายละเอียดเพิ่ม เอาให้คนอ่านตะลึงไปเลยว่า หูวว์ มันรู้ขนาดนั้นเลยเรอะ

ส่วนเรื่องวิธีการบรรยายฉาก ผมลองอ่านแล้วนึกภาพตามดู...เหมือนอ่านการ์ตูนสักเล่มมากกว่านิยายครับ ดูทื่อๆไม่สละสลวย อย่าง "พ่อเมรุเริ่มใส่เทปเพลงลูกทุ่ง" เปลี่ยนเป็น "เสียงกังวานเศร้าของชรินทร์ มันทนาคร กล่อมแม่ของเมรุให้เอนกายลงบนเบาะ......" อะไรเทือกนั้น เอาให้คนอ่านรู้สึกเหมือนกำลังฟังเพลงนั้นอยู่บนรถจริงๆหรือถึงขนาดวิ่งไปอุดหนุนเทปม้วนนั้นมาเลยได้ยิ่งดี (แฮ่) ถ้าอยากเขียนนิยายสยองขวัญต้องหาหนังสือแปลมาอ่านอย่างสตีเฟน คิง (ควรจะแปลโดยสุวิทย์ ขาวปลอดด้วย) มาอ่านครับ ดูคลาสสิกไปหน่อยแต่อ่านแล้วได้อะไรดีๆกลับมาเยอะแน่ อ่านหนังสือเยอะๆครับ แต่ไม่เอาพวกนิยายเกลื่อนตลาดนะ อันนั้นจะยิ่งฉุดคุณฝ้ายลงมาอีก

คำแนะนำสุดท้ายก็(โอย ขอโทษจริงๆครับ จากใจจริงๆนะครับ)....หนังสือประเภทนิยาย คนแต่งย่อมต้องผ่านประสบการณ์มาเยอะพอสมควร ไม่งั้นยากมากครับที่จะเขียนออกมาดีได้ ไอ้ที่ว่านักเขียนดาวรุ่งคนใหม่หรืออะไรเทือกนั้น ผมอ่านแล้วก็เฉยๆ ไม่มีอะไรเลย อ่านทีเปิดข้ามเป็นสิบหน้ายังเดาเนื้อเรื่องถูกเลย อย่ารีบเขียนเลยครับ อ่านเยอะๆ หาข้อมูลเยอะๆ ฝึกเขียนเยอะๆ แล้วเขียนตูมเดียวดังไปเลยดีกว่า เท่กว่าบานเลยครับ

แต่ถ้าฝึกเขียนมาให้อ่านแบบนี้ก็ดีครับ ผมชอบ (ก็ฝึกเขียนอยู่เหมือนกัน) พยายามเยอะๆเลยครับ เอาใจช่วย

(คอมเมนต์ยาวเหลือเกิน ขอโทษอีกทีครับ ฮือๆ)
#3  by  HinAtaNa At 2006-10-09 12:09, 
พล๊อตเรื่องดีออกนิ.... นากาชอบนะ
แต่เรื่องการใช้ภาษายังไม่ค่อยดีเท่าไหร่เท่านั้นเอง... แม้นากาเองก็ไม่ใช่พวกที่เขียนเก่งมาก แต่การเล่นคำบางอย่างเช่น บางครั้งเปลี่ยนจากการเขียนชื่อตัวเอกไปตรง ๆ เป็นเด็กสาว รึ บรรยายลักษณะเด่นของตัวละครนั้น ๆ ในบางช่วงแทน
ลองอ่านดูเยอะ ๆ นะ อ่านเป็นเรื่องสั้นดูก็ได้ หาหลาย ๆ แนวหลาย ๆ คน หรือนักเขียนที่ชอบ ลองอ่าน ๆ ดู แล้วจับจุดเขาได้ว่าเพราะอะไรเรื่องนี้ถึงสนุกแล้วล่ะก็ เราก็เขียนได้ไม่ยากเลย
พยายามเข้านะเออ เพราะนิยายแนวนี้หาอ่านยากนัก...(=w=)สู้ ๆ จ๊ะ~
#4  by  *:ClockTower-NagaRPG:* At 2006-10-09 14:51, 
งงอ่า

จบแบบงงอ่า

มันจบแบบงงง

บรรยากาสเนื้อเรื่องโอเคหมดเลยคับ

แต่ดูเหมือนว่าไม่จบทีช่ายไหมอ่า
#5  by  แสนไกร At 2008-02-14 23:08, 
embarrassed งง ตอนจบมากไม่เข้าใจเลย
#6  by  คนอ่าน (118.173.244.211) At 2009-08-25 11:06, 
ถึงเม้นท์ของคุณHinAtaNa

ผมก็เพิ่งรู้ครับว่า คุณชรินทร์ นันทนาคร ก็ร้องเพลงลูกทุ่งด้วย? embarrassed
#7  by  ฟิล์ม เปรมปพัทธ At 2009-10-02 00:19, 
ก็แต่งดีนะคะ เวลาอ่านเองยังกลัวเองเลยอะคะ
แต่ว่ามันงงนะคะว่าเรื่องคราวๆมันเป็นยังไง
แล้วตกลงผู้ชายคนนั้นเป็นยังไง
อยากให้ชัดเจนกว่านี้อีกนิดนะค่ะ
เพลงเอาใจช่วยค่ะ
#8  by  เพลง (125.24.89.6) At 2009-10-02 13:08, 

<< Home


Cotton หรือ ฝ้าย
View full profile
Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ต้นฉบับ.